การปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์

1. วิธีการปลูกสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

ปลูกแบบโรยเป็นแถวระยะระหว่างแถวขึ้นกับชนิดของพืช

– โสนอัฟริกัน ปอเทือง มะแฮะ พืชตระกูลถั่วคลุมดิน เช่น ถั่วลาย ถั่วคุดซู ถั่วสไตโล ถั่วฮามาต้า ระยะระหว่างแถว 100 เซนติเมตร

– ถั่วพร้า ถั่วเขียว ถั่วพุ่ม ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร

หยอดเป็นหลุม หลุมละ 2-3 เม็ด

– ปอเทือง ถั่วมะฮะ ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซรติเมตร ระยะห่างแถว 75-100 เซนติเมตร

– ถั่วพร้า ถั่วเขียว ถั่วพุ่ม ระยะระหว่างต้น 20-30 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร

ปลูกโดยการใช้ต้นกล้า พืชที่เกษตรกรปลูก โดยวิธีการนี้คือ โสนอัฟริกัน โดยการหว่านเพาะกล้าเมื่อายุ 30-35 วัน ก็ย้ายลงปลูกในแปลงที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างดีระยะปลูก 20×75 หรือ 20×100 ตารางเซนติเมตร โดยปลูกหลุมละ 1-2 ต้น

ปลูกโดยหว่านเมล็ดลงในแปลง หว่านในขณะที่ดินมีความชื้นอยู่ การปลูกโดยวิธีหว่านเป็นวิธีที่ง่ายเปลืองแรงงานน้อยและประหยัดเวลา แต่พืชที่เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างไม่เป็นระเบียบยุ่งยากต่อการดูแลรักษาการเก็บเกี่ยวทำได้ยากและให้ผลผลิตต่ำ

2. การดูแลรักษาเมื่อพืชอายุ 23 สัปดาห์

ทำการแยกให้เหลือหลุมละ 1-2 ต้น พรวนดินกลบโคนต้น กำจัดวัชพืชพร้อมใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ พ่นยากำจัดศัตรูพืช ในการปลูกพืชปุ๋ยสด ถ้าไม่มีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแล้ว จะไม่สามารุเก็บเมล็ดพันธุ์ได้หรือได้น้อย ศัตรูของพืชปุ๋ยสดมีหลายชนิด เช่น หนอนม้วยใบ หนอนกัดใบและยอดอ่อน หนอนเจาะลำต้น หนอนเจาะฝัก เพลี้ยอ่อน จักจั่น เป็นต้น ควรมีการตรวจดูหนอนและแมลงให้ทั่วแปลงตั้งแต่เริ่มออกดอกไปจนถึงระยะติดเมล็ด โดยตรวจดูตอนเช้าก่อนมีแสงแดด นอกจากหนอนและแมลงแล้ว พืชปุ๋ยสดบางชนิด เช่น ปอเทือง จะมีโรคที่เกิดจากไวรัสโดยมีแมลงเป็นสื่อ ลักษณะอาการ คือ ใบเล็ก ดอกเป็นฝอยไม่ติดฝัก สามารถป้องกันโดยการหลีกเลี่ยงการปลูกซ้ำในพื้นที่เดิมติดต่อกัน

3. การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

เมื่อพืชปุ๋ยสดติดฝักแลฝักเริ่มแก่ก็จะต้องรีบทำการเก็บเกี่ยวทันที มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายได้ เนื่องจากฝักอาจจะแตกและเมล็ดจะร่วงหล่นลงดินทำให้ได้รับผลผลิตไม่ต็มที่ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วควรนำมากองไว้โดยเกลี่ยให้กระจายออก แล้วทำการนวดเพื่อกะเทาะเอาเปลือกออกแล้วคัดเอาแต่เมล็ดที่ดี โดยวิธีการฝัดเมล็กกลีบออกหลังจากนั้นนำเมล็ดออกตากแดด โดยใช้ผ้าใบรองปูเป็นพื้น อย่าตากบนลานซีเมนต์โดยตรงเพราะจะเกิดความร้อนมากอาจจะทำลายชีวิตเมล็ดพันธุ์ได้ เมื่อตากได้ประมาณ 1-2 แดด ความชื้นประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์ ก็นำไปเก็บรักษาต่อไป อายุที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดแสดงในตาราง

สำหรับวิธีการเก็บเกี่ยว เนื่องจากเมล็ดพืชปุ๋ยสดส่วนใหญ่จะแก่ไม่พร้อมกัน การเก็บทำได้ทั้งแบบเลือกเก็บเฉพาะฝักแก่ก่อน ซึ่งวิธีนี้จะได้ผลผลิตมากและมีคุณภาพ แต่สิ้นเปลืองแรงงานและเวลามาก เหมาะสำหรับการผลิตพื้นที่ไม่มากนัก แต่ถ้าปลูกในพื้นที่มากก็ใช้เก็บแบบวิธีตัดทั้งกิ่งหรือตัดทั้งต้น เมื่อพิจารณาเห็นว่าเมล็ดแก้ได้ 75 เปอร์เซ็นต์จองทั้งหมด

4. การเก็บเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด

เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดแต่ละชนิดมีอายุการเก็บไม่เท่ากัน เมื่อได้เมล็ดมาควรนำไปปลูกเลยไม่ควรเก็บไว้ เมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิดถ้าเก็บรักษาไว้อย่างถูกวิธี ก็จะทำให้เมล็ดพันธุ์นั้นมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงอยู่ได้นานโดยปกติเมล็ดพันธุ์ตระกูลถั่วที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงจะเก็บไว้ได้ไม่นานประมาณไม่เกิน 5-6 เดือน เปอร์เซ็นต์ความงอกจะลดลงมาก เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ฯลฯ ส่วนเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดตระกลูถั่วที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันน้อยกว่าจะเก็บไว้ได้นานกว่า เช่น ปอเทือง โสนต่างๆ ถั่วพร้า เป็นต้น อาจจะเก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี ทั้งนี้การเก็บเมล็ดพันธุ์ปุ๋ยพืชสดอย่างถูกวิธีนั้น ควรเก็บไว้ในภาชนะที่สามารถปิดได้มิดชิดแมลงศัตรูพืชเข้าไม่ได้ เช่น ถุงที่มีฝาปิดมิดชิดกล่องกระดาษที่มีฝาปิดได้ ปี๊บที่มีฝาปิดได้มิดชิด ฯลฯ และควรเก็บไว้ในที่มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิค่อนข้างต่ำมีการระบายอากาศได้ดี อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันการเสียหายอันกิดจากโรค และแมลงเข้ามาทำลายเมล็ดพันธุ์พืชได้ ควรมีการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูเมล็ดพันธุ์ก่อนที่จะนำเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดเข้าเก็บรักษา โดยวิธีรมเมล็ดพันธุ์เพื่อกำจัดแมลงที่ติดมากับเมล็ดด้วยยาฟอสท๊อกซิน อัตรา ½ – 1 เม็ดต่อเมล็ด 100 กิโลกรัม และคลุกด้วยยามาลาไธออน ชนิดผง 2 เปอร์เซ็นต์ อัตรา 50 กรัมต่อเมล็ด 100 กิโลกรัม เป็นต้น เมล็ดพันธุ์ได้ดำเนินการเก็บโดยวิธีนี้ ก็จะมีประสิทธิภาพและสามารถรักษาเปอร์เซ็นต์ความงอกที่ดีไว้ได้นานเพื่อนำไปปลูกต่อไปได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน โทร. 0-2579-1918
  • สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12
  • กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม.10900  โทร. 0-2579-8515 หรือที่สถานีพัฒนาที่ดินที่ตั้งใกล้บ้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

มันสำปะหลัง สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ดินที่ปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทยส่วนใหญ่ เป็นดินเนื้อหยาบและมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ สภาพพื้นที่ มีลักษณะเป็นพื้นที่มีความลาดชัน จึงมักเกิดปัญหาเรื่องการชะล้างพังทลายของดินสูง เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ผลผลิตมันสำปะหลังลดลงเรื่อย ๆ
ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช มีอยู่ 16 ธาตุ แต่มีเพียง 7 ธาตุ เท่านั้นที่พืชต้องการใช้ในปริมาณน้อยมาก และเราเรียกธาตุเหล่านี้ว่า จุลธาตุ (Micronutrient) ได้แก่ เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) สังกะสี (Zn) ทองแดง (Cu) โบรอน (B) โมลิดินัม (Mo) คลอรีน (Cl) แม้ว่าพืชต้องการธาตุเหล่านี้น้อย แต่ก็มี
ความสำคัญ แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา หรือแตนตาแดง เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก เมื่อเจริญเต็มที่มีขนาด ประมาณ 0.50 มิลลิเมตร ลำตัวสีน้ำตาลเหลืองขุ่น ตาสีแดง บริเวณเส้นปีกมีขนอ่อนเรียงเป็นแนวตรง แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมาทำลายไข่ของผีเสื้อต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น หนอนกออ้อย หนอนกอข้าว หนอนห่อใบข้าว หนอนเจาะ ล้าต้น