เทคนิคง่ายๆ สำหรับการเพาะต้นกล้ามะเขือเทศ

การเริ่มต้นปลูกมะเขือเทศนั้นไม่ยากอย่างที่ทุกท่านคิด เพียงแค่เริ่มต้นอย่างถูกวิธีก็จะได้ต้นมะเขือเทศพร้อมสำหรับการให้ผลผลิต ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือ “การเพาะต้นกล้า” แต่ก่อนการเริ่มเพาะต้นกล้านั้นควรทำ “การบ่มเมล็ด” เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการงอกของเมล็ดนั่นเอง โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.นำเมล็ดพันธุ์พืชแช่น้ำที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง 

 2.นำเมล็ดห่อใส่ผ้านุ่มๆ และใช้ไตรโคเดอร์ฉีดพ่นที่เมล็ด เพื่อป้องกันการเกิดโรคเน่าคอดิน และการเข้าทำลายของเชื้อราหลังจากต้นกล้าโผล่พ้นดิน

3.ทำการมัดและนำไปใส่ภาชนะทึบแสง เป็นเวลา 1 คืน หรือประมาณเวลา 24 ชั่วโมง จะพบว่าที่บริเวณเมล็ดจะเกิดรากงอกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร

เพียงเท่านี้เมล็ดมะเขือเทศพร้อมสำหรับนำไปทำ “การเพาะต้นกล้า” แล้ว โดยสามารถลงมือปฏิบัติได้ตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1.บรรจุพีทมอสลงในถาดเพาะกล้าจำนวน 60 หลุม แล้วรดน้ำวัสดุให้ชุ่ม

2.นำเมล็ดมะเขือเทศที่ผ่านการบ่มเรียบร้อยแล้ว มาทำการเพาะลงถาดหลุม โดยใช้คีมปลายแหลมหรือไม้จิ้มฟันทำหลุมเล็กๆ ลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร แล้วใส่เมล็ดลงไปในหลุมหลุมละ 1 เมล็ด กลบเมล็ดบางๆ และใช้สเปร์พ่นน้ำใส่ถาดเพาะให้วัสดุชุ่ม

3.นำไปเก็บไว้ในที่มืดเป็นเวลา 2 วัน โดยสังเกตดูการงอกของเมล็ดทุกวัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอกให้นำออกแสงแดดทันที หรือควรมีแสงอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงต่อวัน

4.ทำการรดน้ำทุกวัน เพื่อควบคุมความชื้นให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นกล้ามะเขือเทศ โดยเวลาที่เหมาะสมสำหรับการรดน้ำคือช่วง 8.00 น. และ 14.00 น.  และควรสลับกับการฉีดพ่นไตรโครเดอร์มาทุกๆ 2 วัน  เพื่อป้องกันการเกิดโรคที่อาจจะเกิดจากเชื้อราทางดิน เช่น โรคต้นเน่าโคนเน่า

5.เมื่อกล้ามีอายุได้ 15 วัน ให้ปุ๋ยเกล็ดสูตรเสมอ ผสมน้ำเจือจางอัตรา 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร โดยให้ทุกๆ 3 วัน

6.เมื่อต้นกล้ามีอายุครบประมาณ 20-25 วัน ให้นำต้นกล้าไปย้ายปลูกลงในโรงเรือนทันที 

จะเห็นได้ว่าเพียงปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะได้ต้นกล้าที่แข็งแรงและสมบูรณ์ พร้อมที่จะเติบโตและให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาด แต่สิ่งสำคัญสำหรับการเพาะปลูกพืชไม่ว่าจะเป็นพืชชนิดใดควรดูแลเอาใส่ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ผลออกมาอย่างคุ้มค่าแก่การลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความรู้การเกษตรฉบับนี้จะพาทุกท่าน Go Inter มุ่งสู่แดนอาทิตย์อุทัย ประเทศญี่ปุ่น ไปดูกันว่าการเกษตรของประเทศซึ่งได้ชื่อว่า “เจ้าแห่งเทคโนโลยี” เค้าพัฒนาไประดับไหนกันแล้ว ก่อนอื่นคงต้องเล่าถึงลักษณะทั่วไปของประเทศ และการเกษตรของญี่ปุ่นกันก่อน ประเทศญี่ปุ่นเป็นกลุ่มเกาะกรวยภูเขาไฟสลับชั้น
โรงเรือนอีแว๊ป (Evap) ย่อมาจาก Evaporative cooling system ช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเหมาะสำหรับการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้สามารถออกผลได้ตลอดทั้งปี สะดวกในการดูแล สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก รวมถึงลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายจากแมลงและฝน
โรคราน้ำค้าง หรือที่เกษตรกรเรียกว่า “โรคใบลาย” เป็นโรคที่มีความสำคัญมากที่สุดโรคหนึ่งของเมล่อนและพืชวงศ์แตง ในประเทศไทยมีรายงานพบการระบาดของโรคนี้ในแหล่งปลูกพืชวงศ์แตงอยู่ทั่วโลก ในพื้นที่มีความชื้นและอุณหภูมิเหมาะต่อการเข้าทำลายของเชื้อรา โรคราน้ำค้างมักจะเกิดขึ้นในเขตอบอ