เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตข้าว

การปรับระดับดินนา โดยเครื่องจักรกลปรับระดับดินนาด้วยแสงเลเซอร์ (Laser land leveling)

เครื่องจักรกลปรับระดับดินนาด้วยแสงเลเซอร์ มีการพัฒนามาแล้วกว่า 30 ปี ในการปรับระดับดิน  เพื่อการจัดการน้ำให้กระจายทั่วถึงทั้งแปลงและระบายออก โดยเครื่องมือในการปรับระดับดินนาด้วยแสงเลเซอร์ มีองค์ประกอบหลัก คือ เครื่องส่งสัญญานเลเซอร์ (Lase transmitter) และระบบควบคุมการปรับระดับดิน (Grade control system) (Trimble Agriculture, 2014) และเมื่อต้องการใช้ระบบเลเซอร์มาสั่งการในการปรับระดับผิวดินนั้น  สิ่งที่ต้องทำ 3 ขั้นตอนหลัก คือ

  • สำรวจ (Survey)
  • ออกแบบ (Design)
  • ปรับระดับ (Level)

จากการศึกษาของ Nong-Lam university, Ho Chi Minh City รายงานผลของการใช้เลเซอร์ในการปรับพื้นที่นาตั้งแต่ปี 2004 โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก IRRI ในเขตจังหวัด Bac Lieu, An Giang, และ Lam Dong และได้ทำการศึกษาเก็บข้อมูลจากแปลง  นาเกษตรกร 16 ราย จากการทำนา 5 – 10 ฤดูปลูก หลังการปรับพื้นที่ดิน พื้นที่ 5 – 150 เฮกตาร์ ตั้งแต่ ปี 2008 – 2013 ได้ผลดีดังนี้

1.  รายรับเพิ่มขึ้น 260 เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อเฮคตาร์ต่อฤดูปลูก เพราะผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.62 ตันต่อเฮคตาร์ อยู่ในช่วง 0.38-1.0 ตันต่อเฮคตาร์

2.  ผลผลิตเพิ่มเฉลี่ย 0.6 ตันต่อเฮคตาร์

3.  ลดค่าแรงในการกำจัดวัชพืชลง 70 เปอร์เซ็นต์

4.  เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 5-8 เปอร์เซ็นต์ โดยการนำเอาคันนาที่ไม่จำเป็นออก

5.  ประสิทธิภาพการใช้เครื่องจักรดีขึ้น ลดการกลับตัวของเครื่องจักร (ทำงานเป็นทางยาวลดเวลาและน้ำมันที่ใช้ในการกลับหัวแปลง)

6.  ประหยัดน้ำ ในแปลงที่มีพื้นดินแตกต่าง 100 มิลลิเมตร ต้องการน้ำในระดับ 100มิลลิเมตรเพิ่มเติม ซึ่งมากเป็นสองเท่าของระดับน้ำปกติที่ต้องการในการเพาะปลูก

7.  ลดความเสียหายในขณะเก็บเกี่ยวเพราะต้นข้าวตั้งตรงและมีความสูงสม่ำเสมอ

8.  หากคำนวณในพื้นที่ปลูกหนึ่งล้านไร่ ตัวเลขของการเพิ่มผลผลิต 5-8 เปอร์เซ็นต์จากการทำนาปกติ เพียงปรับพื้นที่และนำคันนาที่ไม่จำเป็นออก จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 50,000-80,000 ตันในแต่ละรอบการผลิต

9.  ประหยัดน้ำ โดยการเก็บตัวเลขจากการสูบน้ำเข้านาเพื่อรักษาระดับ 5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันวัชพืชก่อนการปรับระดับและหลังการปรับระดับพบว่า เดิมชาวนาสูบน้ำ 7 ครั้ง ใช้น้ำมันจาก 4.0 ลิตรต่อเฮคตาร์ ปรับลดเหลือ 1.50 ลิตรต่อเฮคตาร์ ค่าน้ำมันลดลงคิดเป็น 63 เปอร์เซ็นต์

10. ลดต้นทุนทางอ้อม สามารถลดต้นทุนการผลิตต่อเฮคตาร์ (Inputs/ha) ดังนี้

• ลดปริมาณเมล็ดพันธุ์ลง 80 กิโลกรัม จากเดิม 200 กิโลกรัม เหลือ 120 กิโลกรัม

• ลดสารเคมีและปุ๋ยลง 50 กิโลกรัม

• ลดสารกำจัดวัชพืชลง 4 ลิตร (ADB-IRRI, 2010) 

การใช้เครื่องจักรกลปรับระดับดินนาด้วยแสงเลเซอร์(Laser land leveling)เป็นเพียงการจัดการผิวหน้าดินนาในกระทงนาเดียวกันที่ยังมีความต่างระดับกันอยู่บ้าง ให้มีความราบเรียบและมีระดับที่สม่ำเสมอกันมากขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดการเพาะปลูกดีขึ้น ต้นพืชมีการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอกันทั้งแปลงนา ส่งผลให้ได้ผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่สูงขึ้น และมีคุณภาพของผลผลิตที่ดีสม่ำเสมอกันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม วิธีการปรับระดับพื้นที่แบบนี้ เป็นการย้ายหน้าดินจากจุดที่มีระดับสูงไปถมเติมในพื้นที่ระดับต่ำ ดังนั้น ในปีแรกหลังการปรับระดับการเจริญเติบโตของข้าวยังอาจจะไม่สม่ำเสมอ โดยมีสาเหตุจากความอุมสมบูรณ์ของดินที่ถูกย้ายไปตามหน้าดิน จึงต้องทำการศึกษาติดต่อกันอย่างน้อย 2 ฤดูปลูก เพื่อให้เห็นประสิทธิภาพของเทคนิคปรับระดับดินนาอย่างแท้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันอาชีพที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนมากขึ้น คือ อาชีพเกษตรกร เนื่องจากต้องการหนีความวุ่นวาย มลพิษในเมืองใหญ่ และความกดดันจากปัญหาต่างๆในการทำงาน รวมถึงอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง วันนี้เราจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักเกษตรกรอายุน้อย คุณปิยะ กิจประสงค์ บ้านเลขที่ 73 ม.7 ต.ปลายนา อ.ศรีประจันต์ จ.สุพ
โรงเรือนอีแว๊ป (Evap) ย่อมาจาก Evaporative cooling system ช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเหมาะสำหรับการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้สามารถออกผลได้ตลอดทั้งปี สะดวกในการดูแล สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก รวมถึงลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายจากแมลงและฝน
เมล่อน เป็นพืชที่มีความอ่อนแอต่อศัตรูพืช ทั้งโรคและแมลง มีโรคหลายชนิดที่พบทั่วไปในการปลูก เมล่อน ทาให้ผลผลิตเสียหาย ไม่ได้คุณภาพผลตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นการปลูกเมล่อนจึงต้องดูแลละเอียด ตลอดฤดูปลูก ทาให้มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าพืชอื่น เราจึงต้องให้ความสาคัญในการรู้จักโรคและการป้องกันกาจัดโรคที่