สู้วิกฤตภัยแล้งด้วยถั่วฝักยาว

1.การเตรียมการก่อนปลูก

1.1 การเตรียมดิน
1) ถั่วฝักยาวสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ลักษณะดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกคือดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ความเป็นกรดและด่างของดิน pH มีค่าอยู่ระหว่าง 5.5 – 6.8
2) การเตรียมดิน ควรไถดินตากไว้ประมาณ 7 วัน แล้วไถพรวนอีก 1 – 2 ครั้ง ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่สลายตัวดีแล้วใส่อัตรา 2 – 4 ตันต่อไร่
3) กำจัดวัชพืชออกจากแปลงให้หมดจากนั้นจึงไถคราด ควรใส่ปุ๋ยคอกที่สลายตัวแล้วเพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดีขึ้น การยกร่องนั้น ปกติจะยกร่องกว้างประมาณ 1 – 1.2 เมตร โดยให้ความยาวเหมาะสมกับสภาพแปลง และเตรียมร่องระหว่างแปลง กว้างประมาณ 0.5 – 0.8 เมตร

1.2 การเตรียมพันธุ์ปลูกการปลูกถั่วฝักยาวในเนื้อที่ 1 ไร่

ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 3 – 4 กิโลกรัม และก่อนนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกควรนำเมล็ดพันธุ์ไปทดสอบความงอก คัดเลือกเมล็ดที่มีตำหนิออกและควรคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดแมลง เพื่อป้องกันแมลงเข้าทำลายด้วย

1.3 การเตรียมหลุมปลูกหลังจากยกร่องปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้จอบขุดหลุมปลูกให้ระยะระหว่างแถวห่างกันประมาณ 80 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุมห่างกันประมาณ 50 เซนติเมตรโดยขุดให้หลุมลึกประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร จากนั้นใช้ปุ๋ยสูตรที่เหมาะสมกับถั่วฝักยาวเช่น สูตร 15-15-15, 13-13-21, 12-24-12 หรือ 6-12-12 ใส่หลุมละ ½ ช้อนโต๊ะคลุกเคล้าให้เข้ากันกับดินก้นหลุมปลูก

1.4 การหยอดเมล็ดโดยหยอดเมล็ดตรงลงในหลุมปลูก หลุมละ 3 – 4 เมล็ด แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้วหรือดิน ผสมให้หนาประมาณ 5 เซนติมตร คลุมด้วยฟางแห้งหรือหญ้าแห้งสะอาดบางๆ เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นผิวหน้าดิน รดน้ำให้ชุ่มพอเหมาะการให้น้ำในระยะ 1- 7 วัน หลังหยอดควรให้น้ำทุกวันๆ ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ให้พิจารณาสภาพภูมิอากาศและสภาพดินประกอบด้วย

2.วิธีการปลูก
1) เตรียมแปลงขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 10 เมตร เว้นทางเดิน 50 เซนติเมตรปลูก 2 เป็นแถวคู่ ใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 80 เซนติเมตร ระหว่างหลุม 50 เซนติเมตร
2) ในแปลงแบบยกร่องสวน ให้ปลูก 2 แถว แต่ละแถวห่างจากขอบร่อง 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 50 เซนติเมตร หยอดเมล็ดหลุมละ 3 – 4 เมล็ด กลบดินให้ลึกประมาณ 4 – 5 เซนติเมตร แล้วจึงรดน้ำทันที

3.การดูแลรักษา
3.1 การให้ปุ๋ย
1) ระยะเตรียมดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2 – 4 ตันต่อไร่และใส่ปุ๋ยสูตร15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 20 – 25 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ 2 ข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ
2) หลังปลูกระยะเวลาประมาณ 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 20 – 25 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ 2 ข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ

3.2 การให้น้ำถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ แต่ไม่ควรให้มากจนดินแฉะ การให้น้ำถั่วฝักยาวในระยะ 1 – 7 วันแรก หลังจากหยอดเมล็ด ควรให้น้ำทุกวันวันละ 1 ครั้ง ควรพิจารณาสภาพภูมิอากาศ และสภาพดินประกอบด้วย อย่าปล่อยให้น้ำขังในแปลงจะทำให้ต้นถั่วฝักยาวตาย ควรให้น้ำทันทีหลังจากปลูก และใส่ปุ๋ยแล้ว

3.3 การปักไม้ค้างอายุประมาณ 15 – 20 วันหลังปลูก หรือมีใบจริง 4 – 5 ใบ ควรทำค้างโดยใช้ไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณครึ่งนิ้ว ยาว 2 – 2.5 เมตร ปักใกล้ๆ หลุมปลูกเพื่อให้ถั่วฝักยาวพันหรือเลื้อยขึ้นไป โดยในระยะแรกควรมีการช่วยเหลือคือจับยอดถั่วฝักยาวมาพันไม้ค้างไว้ โดยพันทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งการปักแบบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว เป็นที่นิยมทั่วไป

3.4 การพรวนดิน และกำจัดวัชพืชครั้งที่ 1 ในระยะแรกประมาณ 7 – 10 วันหลังปลูก ควรถอน หรือดายหญ้าครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นหญ้าที่งอกพร้อมถั่วฝักยาวเจริญเติบโตได้ครั้งที่ 2 ควรกระทำพร้อมกับการใส่ปุ๋ย คือเมื่อถั่วฝักยาวมีอายุประมาณ 3 วันหลังปลูก ในระยะหลังจากนั้นไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก เพราะถั่วฝักยาวเจริญเติบโตและสามารถปกคลุมพื้นที่ปลูกได้หมด

3.5 การตัดแต่งฝักถั่วควรมีการตัดแต่งฝักที่อยู่ระดับล่างออกบ้าง เพื่อไม่ให้ต้นถั่วฝักยาวโทรมก่อนถึงอายุการเก็บเกี่ยวจริงๆ และทำให้ฝักที่อยู่ส่วนยอดเต่งไม่ลีบ

4.การเก็บเกี่ยว
4.1 ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเมื่อถั่วฝักยาวมีอายุประมาณ 40 วันหลังปลูก หรือหลังดอกบานประมาณ 4 – 8 วัน ระยะเก็บเกี่ยวจากครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้าย 55 – 75 วัน
4.2 วิธีการเก็บผลผลิตให้ปลิดขั้ว ระวังไม่ให้ดอกใหม่หลุดเสียหาย เพราะจะกระทบกระเทือนต่อปริมาณผลผลิต ลักษณะการเก็บให้ทยอยเก็บทุก ๆ 2 วัน โดยไม่ปล่อยให้ฝักแก่ตกค้าง

5.ศัตรูพืชและโรคที่สำคัญ
1) โรคเหี่ยว อาการต้นเหี่ยว เริ่มจากใบที่อยู่บริเวณโคนต้นแสดงอาการใบเหลืองการป้องกันกำจัดใช้น้ำปูนใสรดให้ทั่ว
2) โรคราแป้ง อาการบนใบมองเห็นคล้ายมีผงแป้งจับอยู่ อาการที่รุนแรงจะทำให้ใบเหลืองและร่วง การป้องกันกำจัดใช้สารเคมีตามคำแนะนำ
3) หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่วจะทำให้ต้นและเถาเหี่ยวการป้องกันกำจัดคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดแมลงหรือหากจำเป็นให้พ่นสารเคมีตามคำแนะนำ

4) หนอนกระทู้หอมลักษณะการทำลายโดยหนอนจะกัดกินทุกส่วนของถั่วฝักยาวการป้องกันกำจัด ไถพรวน พลิกและตากหน้าดิน 7-14 วัน เพื่อกำจัดดักแด้

5)เพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาวลักษณะทำให้ยอดแกร็นไม่สามารถคลี่ใบ ทำให้ดอกร่วง และฝักไม่สมบูรณ์ การป้องกันใช้สารเคมีตามคำแนะนำ

6)หนอนกระทู้ผัก ลักษณะแทะกัดกินทุกส่วนของถั่วฝักยาวการป้องกันกำจัดไถพรวนและตากหน้าดินเพื่อกำจัดดักแด้ในดิน หากจำเป็นให้ใช้สารคมีตามคำแนะนำ

แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วฝักยาว

  1. ใช้พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภูมิกาศ และวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ เมล็ดพันธุ์ของถั่วฝักยาวเกษตรกรสามารถคัดเลือกไว้ใช้เองได้ โดยคัดเลือกจากต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงและให้ผลผลิตดี ทั้งปริมาณและคุณภาพ
  2. การปักค้าง ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องอาศัยค้างหรือนั่งร้าน เพื่อเกาะพยุงลำต้นให้เจริญเติบโต ไม้ที่ใช้สำหรับทำไม้ค้างนั้นใช้ไม้ไผ่หรือไม้อื่นๆ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยความยาวของไม้มีความยาวประมาณ 2.5 – 3 เมตร หรือตามความเหมาะสมหรืออาจจะสร้างโครงเสาแล้วใช้ลวดขึงด้านบน และใช้เชือกห้อยลงมายังลำต้นถั่วฝักยาวให้เลื้อยขึ้น ระยะเวลาการใส่ค้างถั่วฝักยาวนั้นจะเริ่มใส่หลังจากงอกแล้ว 15 – 20 วัน โดยจับต้นถั่วฝักยาวให้พันเลื้อยขึ้นค้างในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาผู้ปลูกควรใช้เชือกแทนค้าง การปลูกถั่วฝักยาวควรมีการทดสอบการใช้เชือกแทนค้างเพื่อหาข้อมูลสำหรับการลดต้นทุนการผลิต
  3. การตัดแต่งฝักที่อยู่ระดับล่างออกบ้าง เพื่อมิให้ต้นถั่วฝักยาวโทรมก่อนถึงอายุการเก็บเกี่ยวจริงๆ และทำให้ฝักที่อยู่ส่วนยอดเต่ง ไม่ลีบ กรณีปลูกฤดูฝน เป็นการป้องกันไม่ให้ฝักนอนอยู่บนผิวดินจะทำให้เกิดโรคระบาดได้ง่าย และเมล็ดที่แก่จะงอก ทำให้ผลผลิตลดลง

บทความที่เกี่ยวข้อง

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการชักนำให้เกิดชนิดวัชพืชต่าง ๆ ในนาข้าว เนื่องจากความชื้นในดินมีส่วนช่วยให้เมล็ดหรือส่วนขยายพันธุ์ของวัชพืชงอกได้ วัชพืชแต่ละชนิดต้องการความชื้นในการงอก ในระดับที่แตกต่างกันออกไป เช่น หญ้านกสีชมพู หนวดปลาดุก และกกทราย ต้องการความชื้นระดับดินหมาด (field capacity)
โรครากและหัวเน่าเป็นโรคที่มีความสำคัญมาก ทำให้ผลผลิตสูญเสียโดยตรง โดยเฉพาะในแหล่งที่ดินระบายน้ำได้ยาก ฝนตกชุกเกินไปหรือในพื้นที่ที่เคยปลูกกาแฟ ยาง หรือเป็นป่าไม้มาแล้ว ในบางครั้งสามารถพบได้ในแหล่งที่ดินมีการชะล้างสูง โรคนี้สามารถเกิดได้ทั้งระยะต้นกล้า และระยะที่ลงหัวแล้ว โรครากและหัวเน่าเกิดจากเชื้อ
พบมาก ในนาชลประทาน ภาคกลาง สาเหตุ เชื้อไวรัส Rice Grassy Stunt Virus (RGSV) อาการ ต้นข้าวเป็นโรคได้ ทั้งระยะกล้า แตกกอ ตั้งท้อง ต้นเตี้ยแคระแกรน เป็นพุ่มแจ้ แตกกอมาก เชื้อสาเหตุสายพันธุ์เดิมทำให้เกิดอาการใบแคบสีเขียวเข้ม แต่ในปัจจุบัน เชื้อสาเหตุสายพันธุ์ใหม่ที่พบทำให้เกิด