วิธีแก้ปัญหาโรคจากเชื้อราในแปลงเพาะกล้าและนาข้าว

“เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลของการทำนาปรัง จึงจะขอนำเสนอ กรรมวิธีการป้องกันกำจัดเชื้อรา ที่เป็นปัญหาสำคัญของการเพาะกล้า และการทำนาในปัจจุบัน เพราะถ้าหากเกิดการระบาดของเชื้อราในพื้นที่แล้วนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อีกทั้งโรคพืชในปัจจุบันเกิดการปรับตัวให้ทนต่อสารเคมี เราจึงต้องหาทางออกที่ยั่งยืนมาทดแทนนั้นคือ “วิธีทางชีวภาพที่อาจจะไม่ได้ผลทันใจ แต่ปลอดภัย 100%”

เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคข้าวในปัจจุบันมีด้วยกันหลายชนิด แต่สมุนไพรไทยแท้ที่เราไม่คาดคิดสามารถกำจัดให้เชื้อราหมดฤทธิ์ไปได้ วิธีการก็แสนจะง่ายดายเดี๋ยวจะสาธยายให้รู้กัน

สมุนไพรในสูตรที่ต้องเตรียม

เปลือกมังคุด, เปลือกต้นแค, ตะไคร้หอม, ข่าแก่, ใบกระเพรา, ใบสะเดาแก่, ใบฝรั่งแก่, ใบน้อยหน่า, กระเทียม, กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง 1 กก.

วิธีการและขั้นตอน

1. นำสมุนไพรทั้งหมดในสูตร (หรือเท่าที่หาได้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 5 ชนิด) โดยรวมกันแล้วต้องได้น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม โดยสมุนไพรแต่ละชนิดมีปริมาณเท่าๆ กัน คิดโดยประมาณก็อย่างละ 3 กิโลกรัม อัตราส่วนไม่ตายตัวแต่ถ้าเพิ่มปริมาณการผลิตก็สามารถทำได้โดยเทียบเคียงสัดส่วนดังที่กล่าวมา แล้วนำสมุนไพรมาสับจนเป็นชิ้นเล็กๆ โดยประมาณก็ขนาด 1 – 2 เซนติเมตร หรือยิ่งเล็กยิ่งดีเพราะสารสำคัญจะถูกสกัดออกมาได้มากขึ้น แล้วนำสมุนไพรที่หั่นแล้วใส่ลงในถังมีฝาที่สามารถปิดสนิทได้ขนาดของถังก็ประมาณ 50 ลิตรพอดีเหมาะ               

2. นำกากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง มาผสมน้ำสะอาดปริมาณ 5 ลิตร คนจนเข้ากันดี แล้วเทลงในถังที่ใส่พืชสมุนไพรไว้แล้ว ใช้ไม้ค่อยๆ คน ค่อยๆ กวนให้ส่วนผสมคลุกเคล้าจนเข้ากันดี

3. หาไม้ไผ่ผ่าแล้วนำมาขัดอัดให้สมุนไพรจมน้ำ แล้วก็ตามด้วยการปิดฝาให้สนิทมิดชิด หมักไว้เพื่อให้เกิดฤทธิ์ประมาณซัก 7 – 10 วัน ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์กำจัดโรค และเชื้อราได้

วิธีการนำไปใช้

ใช้ผ้ามุ้ง หรือผ้าขาวบาง กรองเอาเฉพาะส่วนน้ำนำไปใช้ในอัตราส่วน 20 – 30 มิลลิลิตร (1 – 2 ช้อนโต๊ะ) ผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นในแปลงนา หรือแปลงเพาะกล้า โดยทำการฉีดพ่นในช่วงเย็นทุก 7 – 10 วัน/ครั้ง สามารถป้องกันเชื้อราในข้าว และยังช่วยขับไล่แมลงที่มารบกวนในแปลงเพาะปลูกได้เป็นอย่างดี

จากการศึกษาทางวิชาการ พบว่า พืชที่มีรสฝาดหลายชนิด จะมีความสามารถป้องกันกำจัดเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ การประยุกต์ใช้พืชสมุนไพรในการเกษตรทำให้เกษตรกรลดต้นทุนในการผลิต ทำให้เหลือกำไรมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างได้อีกด้วย

ดาวน์โหลด :

ที่มาของข้อมูล :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์สูงมาก เพราะมีพื้นที่นา ทรัพยากรน้ำ และปัจจัยแวดล้อมทั่วไปเหมาะแก่การทำนา มีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวที่ปลูก เกษตรกรไทยคุ้นเคยกับการผลิตข้าวมาหลายศตวรรษ การผลิตข้าวของประเทศไทยในสมัยก่อนเป็นระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์เพราะไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ต่อมาในปัจจุบัน
นายมูล สุขเจริญ อายุ 56 ปี เกษตรกรในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิก อบต. ทำการเพาะปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองกว่า 700 ไร่ และพื้นที่ของลูกไร่ประมาณ 40 คน ในพื้นที่ 1,500 ไร่ โดยมีโควต้าอ้อยต่อปีกว่า 18,000 ตัน การดูแลอ้อยในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งพื้นที่
พี่ธนะ มงคลชัย เกษตรกรอินทรีย์แห่งบ้านหนองตาเรือง ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เป็นเกษตรกรชาวนาที่ทำนามาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายแล้ว แต่ผลผลิตข้าวที่ได้กลับลดลงเรื่อยๆ ทั้งที่ตนเองก็เพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีขึ้นทุกปี เขาจึงศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาว่าจะทำอย่างไรให้ข้าวที่ตนปลูกได้ผลผลิตมากขึ้น และลดต้นทุนในการ