ปรับตัวสู้ภัยแล้ง

ในปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ไม่สามารถทำนาในฤดูนาปรังได้ เกษตรกรสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้โดยการปลูกผักอายุสั้น ซึ่งเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้อีกวิธีหนึ่ง โดยผักอายุสั้นที่เกษตรกรนิยมปลูกได้แก่ ผักชี ต้นหอม กะเพรา โหระพา และแตงกวา เป็นต้น  ผักเหล่านี้เป็นผักที่ใช้น้ำน้อยเหมาะสำหรับวิกฤตภัยแล้ง โดยก่อนการเริ่มปลูกนั้นเกษตรต้องทำการปรับสภาพพื้นที่นาให้เหมาะสมสำหรับการปลูกผัก และต้องทำการวางแผนการเพาะปลูกผักให้ตรงกับช่วงฤดูกาลซึ่งจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง จึงควรพิจารณาการเลือกปลูกผักดังนี้

การเลือกปลูกผักให้ตรงตามฤดูกาลนั้นนอกจากทำให้ได้ผักที่มีคุณภาพดีแล้ว เกษตรกรสามารถลดต้นทุนด้านการผลิตได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากผักที่ปลูกตามฤดูกาลนั้นจะได้รับอุณหภูมิ และน้ำในปริมาณที่พอเหมาะทำให้ผักแข็งแรง ดูแลง่าย และเจริญเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีในการเพาะปลูกอีกด้วย 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เชื้อสาเหตุ : Erwinia carotovora แบคทีเรีย อาการ : ในระยะแรกอ้อยจะแห้งตายเป็นบางหน่อ ระยะหลังลำอ้อยบริเวณคอเน่าจนคอหักพับ มีกลิ่นเหม็นเน่า เนื้อในอ้อยยุบเป็นโพรงเห็นเนื้อเป็นเส้น วิธีการแพร่ระบาด : ติดไปกับท่อนพันธุ์ ลมและฝนพัดพาเชื้อจากต้นที่เป็นโรคไปติดต้นข้างเคียง วิธีการป้องกันรักษา : พบกอเป็น
ต้นฤดูฝน นิยมปลูกประมาณ กลางเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน* โดยปลูกงาก่อนฤดูปลูกข้าว *ขึ้นกับวันเวลาที่ฝนตกครั้งแรกของฤดูกาลและปริมาณการกระจายตัว ของฝนในแต่ละพื้นที่ ปลายฤดูฝน ปลูกประมาณเดือน กรกฎาคม – สิงหาคมโดยจะปลูกในพื้นที่ไร่ หรือพื้นที่ดอนหลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่ ฤดูแล้ง
โรคกาบใบเน่า ข้าวแสดงอาการในระยะตั้งท้อง โดยเกิดแผลสีน้ำตาลดำบนกาบห่อรวง ตรงกลางแผลมีกลุ่มเส้นใยสีขาวอมชมพู แผลนี้จะขยายติดต่อกันทำให้บริเวณกาบหุ้มรวงมีสีน้ำตาลดำ และรวงข้าวส่วนใหญ่โผล่ไม่พ้นกาบหุ้มรวง หรือโผล่ได้บางส่วน ทำให้เมล็ดลีบและมีสีดำ