ชาวสวนปาล์ม ระวังด้วงแรดบุกสวน

ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่อง และฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เกษตรกรปลูกปาล์มระวังด้วงแรดบุกสวน  โดยตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืช บินขึ้นไปกัดเจาะบริเวณโคนทางใบหรือยอดอ่อนของปาล์ม รวมทั้งเจาะทำลายยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ ทำให้ใบที่เกิดใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้ว ๆ คล้ายรูปสามเหลี่ยม ถ้ารุนแรงจะทำให้ต้นตายได้

ด้วงแรด

การป้องกันกำจัด

1. วิธีเขตกรรม ทำความสะอาดบริเวณสวนปาล์มเพื่อกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งแหล่งขยายพันธุ์ได้แก่ ซากเน่ำเปื่อยของลำต้น ตอของต้นปาล์ม ซากชิ้นส่วนของพืชที่เน่าเปื่อย กองปุ๋ยหมัก กองปุ๋ยคอก ซากทะลายปาล์มน้ำมันและกองขยะ เป็นต้นโดยเป็นที่อยู่ของไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ควรกำจัดออกไปจากบริเวณสวน ถ้าปล่อยให้ผุสลายจะล่อให้ด้วงแรดมาวางไข่ โดยด้วงแรดวางไข่ตามตอปาล์มที่อยู่ติดกับพื้นดินเพราะมีความชื้นสูงและผุเร็ว ดังนั้นตอปาล์มที่เหลือ ให้ใช้น้ำมันราดให้ทั่วตอเพื่อป้องกันการวางไข่

2. การใช้ชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม (Metarhiziumsp.) ใส่ไว้ตามกองขยะ กองปุ๋ยคอก หรือท่อนปาล์มที่มีหนอนด้วงแรดอาศัยอยู่ โดยเกลี่ยเชื้อให้กระจายทั่วกอง เพื่อให้เชื้อมีโอกาสสัมผัสกับตัวหนอนให้มากที่สุด รดน้ำให้ความชื้น หาใบมะพร้าวคลุมกองไว้ เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันแสงแดด เชื้อราเมตาไรเซียมจะทำลายด้วงแรดทุกระยะการเจริญเติบโต

หนอนด้วงแรดถูกเชื้อราเมตาไรเซียมเข้าทำลาย

3. การใช้สารเคมี

3.1 ต้นปาล์มอายุ 3 – 5 ปี ใช้ลูกเหม็นใส่บริเวณโคนทางใบรอบ ๆ ยอดอ่อน ทางละ 2 เม็ด ต้นละ 6 – 8 เม็ด กลิ่นของลูกเหม็นจะไล่ไม่ให้ด้วงแรดมะพร้าวบินเข้าไปทำลายคอมะพร้าว

3.2 ใช้สารกำจัดแมลงไดอะซินอน 60% อีซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20 % อีซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ราดบริเวณคอปาล์มตั้งแต่โคนยอดอ่อนลงมา โดยใช้ปริมาณ 1 – 1.5 ลิตรต่อต้น ทุก 15 – 20 วัน ควรใช้ 1 – 2 ครั้ง ในช่วงระบาด

บทความที่เกี่ยวข้อง

“เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลของการทำนาปรัง จึงจะขอนำเสนอ กรรมวิธีการป้องกันกำจัดเชื้อรา ที่เป็นปัญหาสำคัญของการเพาะกล้า และการทำนาในปัจจุบัน เพราะถ้าหากเกิดการระบาดของเชื้อราในพื้นที่แล้วนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อีกทั้งโรคพืชในป
การระบาดของแมลงศัตรูอ้อยในช่วงเดือนต่างๆ ได้แก่ หนอนกอลายจุดเล็ก หนอนกอลายจุดใหญ่ หนอนกอลายใหญ่ หนอนกอลายแถบแดง หนอนกอสีชมพู หนอนกอสีขาว แมลงหวี่ขาวอ้อย เพลี้ยกระโดดอ้อย เพลี้ยจักจั่นสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นงวง เพลี้ยกระโดดดำ เพลี้ยหอยอ้อย เพลี้ยอ่อนสำลี เพลี้ยแป้งสีชมพู มวนอ้อย ไรแมงมุมอ้อย ด้วงหนวดยาวอ้อย แมลงนูนหลวง ปลวกอ้อย แมลงค่อมทอง ด้วงขี้ควาย ด้วงดำ ด้วงงวงอ้อย ตั๊กแตนไฮโรไกรฟัส ตั๊กแตนโลกัสต้า ตั๊กแตนปาทังก้า และหนอนบุ้ง
หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก (Acherontia styx ; Death’s head hawk month) หรือเกษตรกรมักจะเรียกว่า “หนอนแก้ว” เป็นแมลงศัตรูที่มีพืชอาหารกว้าง พบในถั่วงา มะเขือ ยาสูบ มันเทศ ม่านบาหลี และแตง เป็นต้น วงจรชีวิตของหนอนผีเสื้อหัวกะโหลกใช้เวลา 49-56 วัน ผีเสื้อเพศเมียหนึ่งตัววางไข่ได้ประมาณ 125-156