ทำนาด้วยวิธีผสมผสานเพื่อลดต้นทุน

ปัจจุบันผลผลิตทางการเกษตรประสบปัญหาสารเคมีมีตกค้างจากการใช้สารเคมีในกำจัดวัชพืช ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพต่อผู้ปลูกรวมถึงผู้บริโภค แต่เกษตรกรหัวก้าวหน้าท่านนี้มีนามว่า  นายเสน่ห์ พันธ์ภูมิ อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 146 ม.1 ต.ศรีวิลัย อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ได้รับเลือกให้เป็นปราชญ์พระราชา และหมอดินอาสา ได้นำวิธีการปลูกพืชแบบอินทรีย์ผสมกับการใช้ปุ๋ยเคมีมาปรับใช้กับการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งทำให้การเพาะปลูกมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยผลผลิตอยู่ประมาณ 900กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งมีเทคนิคการปลูกและปฏิทินการเพาะปลูก(รูปที่ 1) ดังนี้

รูปที่ 1 ปฏิทินการเพาะปลูก

เริ่มต้นด้วยการไถดะในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้ดินชั้นล่างได้ขึ้นมาสัมผัสอากาศรับออกซิเจนเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช โรคพืชและวัชพืชและเป็นการตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จากนั้นไถพรวนซ้ำอีกครั้ง และตากดินอีก 1 สัปดาห์  โดยในขั้นตอนการพรวนดินจะต้องผสมปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวที่เหลือหลังจากการเก็บเกี่ยว 

หลังจากนั้นทำการหว่านเมล็ดปริมาณโดยเฉลี่ย 10 กิโลกรัมต่อไร่ในช่วงเดือนมิถุนายน และทำการปั่นโรตารี่เพื่อกลบเมล็ด หลังจากนั้นช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน ทำการดูแลต้นข้าวโดยใช้ปุ๋ยคอก และกำจัดวัชพืช ในช่วงเดือนตุลาคม ข้าวเริ่มออกรวงจะทำการใช้ปุ๋ยเคมีในการการเพิ่มน้ำหนักของรวงข้าว จะช่วยให้ข้าวเต็มเมล็ด ทำให้ข้าวมีน้ำหนักมากขึ้น หลังจากนั้นทำการเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม ทำการไถกลบตอซัง และนำฟางข้าวที่เหลือหลังจากการเก็บเกี่ยวนำมาอัดก้อนขายให้กับตลาดที่ต้องการซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้อีกทางหนึ่ง เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ วัสดุปกคลุมดินหลังการหว่านเมล็ดพืช วัสดุคลุมดินสำหรับรักษาความชุ่มชื้นของดิน แก้ปัญหาดินเค็ม และที่สำคัญเป็นการลดการเผาไหม้ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะทางอากาศได้อีกด้วย

ขั้นตอนการทำปุ๋ยคอก

ส่วนผสมของปุ๋ยคอก

  1. ฟาง 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม)
  2. กากมัน 1 ตัน
  3. สารเร่งซุปเปอร์ พด.1  1 ซอง
  4. น้ำหมักชีวภาพ
  5. กากน้ำตาล 20 กิโลกรัม

วิธีทำ

นำฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยวข้าวมากองไถประมาณ 3 รอบเอให้ฟางข้าวมีความร้อนและตากแดดเป็นระยะเวลา 3 เดือนหลังจากนั้นทำการรดน้ำวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อครบ  1 สัปดาห์ ทำการพลิกกองฟางและรดน้ำวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์เช่นเดิม หลังจากนั้นใช้ผ้าคลุมเพื่อหมักปุ๋ยคอกต่อเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อครบระยะเวลาดังกล่าวสามารถนำปุ๋ยคอกไปใช้กับพืชได้ทันที

การผสมผสานทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี ทำให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สูงขึ้น มีต้นทุนลดลง และไม่สร้างสารตกค้างของสารเคมีถือเป็นทางเลือกในการปรับเปลี่ยนจากการเรียนรู้ที่น่ายกย่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายมูล สุขเจริญ อายุ 56 ปี เกษตรกรในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิก อบต. ทำการเพาะปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองกว่า 700 ไร่ และพื้นที่ของลูกไร่ประมาณ 40 คน ในพื้นที่ 1,500 ไร่ โดยมีโควต้าอ้อยต่อปีกว่า 18,000 ตัน การดูแลอ้อยในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งพื้นที่
พบในข้าวไร่ภาคเหนือและภาคใต้ และ ข้าวนาสวน (นาปี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุ : เชื้อรา Rhynocosporium oryzae Hashioka&Yokogi อาการ : ระยะกล้าข้าวจะแสดงอาการไหม้ที่ปลายใบและมีสีน้ำตาลเข้ม ระยะแตกกออาการส่วนใหญ่จะเกิดบนใบ แต่มักจะเกิดแผลที่ปลายใบมากกว่าบริเวณอื่นๆ ของใบ แผลที
เพลี้ยกระโดดท้องขาว หรือเพลี้ยกระโดดข้าวโพด (White-Bellied Planthopper, Corn Planthopper) โดยเพลี้ยกระโดดท้องขาวจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อนและกาบใบ ทำให้ต้นข้าวโพดชะงักการเจริญเติบโต หากระบาดรุนแรงทำให้เกิดอาการใบไหม้ นอกจากนี้ยังขับถ่ายมูลหวาน ลงบนต้นพืชเป็นสาเหตุทำให้เกิดราดำ รูปร่างลักษณะ : ตัวเต็